วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

นานาสุภาษิต

T090211_02C

มะโนนอบพระผู้ เสวยสวรรค์ แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญ และแม่ เกียรติศักดิ์รักข้า มอบไว้แก่ตัว.

แม้ใจไม่คร้ามต่อ มรณะ ภัยฤา  ใจก็โล่งแลจะ สุขแท้

ยิ้มหัวบ่มัวละ เลยกิจ  บ่มิสิ้นหวังแม้ ป่วยเพียงปางตายฯ."ดุสิตสมิต"

อันกำเนิดเกิดมาในสากล ใครจะพ้นมรณาก็หาไม่

จงระงับดับความอาลัย ถึงโศกไปใช่ที่จะเป็นมาฯ อิเหนา"

ใครจะไว้ใจอะไรไว้ใจเถิด แต่อย่าเกิดไว้ใจในสิ่งห้า

หนึ่งอย่าไว้ใจทะเลทุกเวลา สองสัตว์เขี้ยวเล็บงาอย่าไว้ใจ

สามผู้ถืออาวุธสุดจักร้าย สี่ผู้หญิงทั้งหลายอย่ากรายใกล้

ห้ามหากษัตริย์ทรงฉัตรชัย ถ้าแม้ใครประมาทอาจถึงตาย "นิทานเวตาล"

แมลงภู่เป็นคู่ของบุษบา โบราณว่ามีจริงทุกสิ่งสม

หญิงกับชายเป็นคู่ชูอารมณ์ ทั้งปฐมกัปป์กัลป์พุทธันดร. "พระแท่นดงรัง"

http---wallpaper-hit.blogspot.com 5บุษบาบานเบิกสร้อย เสาวคนธ์

ฝูงภมรมัววน หวี่ร้อง

นารีแรกรุ่นยล กำดัด สวาทนา

ชายแต่ตอมจักต้อง ไต่เต้าตามหาฯ

"นิทานชาคริต"

เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม ดนตรี

อักขระห้าวันหนี เนิ่นช้า

สามวันจากนารี เป็นอื่น  วันหนึ่งเว้นล้างหน้า อับเศร้าหมองศรีฯ

                       "โลกนิติ"

เนื้อ ในไตตับต้ม แกงยำ   ไม่ ประสบสักคำ ที่ลิ้น

ได้ ยากลากโครงทำ เสียเปล่า   กิน แต่เข้าเราชิ้น หนึ่งได้ไม่มี

                                   "โลกนิติ"

ความรู้เปรียบคู่ด้วย กำลัง กายเฮย

สุจริตคือเกาะบัง ศาสตร์พ้อง  ปัญญาประดุจดั่ง อาวุธ

กุมสติต่างโล่ห์ป้อง อาจแกล้วกลางสนามฯ รัชกาลที่6"

เมื่อยามยิ้มยิ้มไว้แต่ในพักตร์ อย่ายิ้มนักเสียสง่าทาสฉาย

อย่าท้าวแขนท้าวคางให้ห่างกาย อย่ากรีดกรายกรอมเพราะเที่ยวเราะเริง

                                       "สุนทรภู่"

รู้หลบพบศึกเสี้ยน ผู้ใด ใดเฮย   แต่ผูกไม่ตรีไป รอบข้าง

31ทำคุณอุดหนุนใน การชอบ ทำนา

ไร้ศัตรูปองล้าง กลับซร้องสรรเสริญ

"รัชกาลที่6"

ห้ามเพลิงไว้ไม่ได้ มีควัน

ห้ามสุริยะแสงจันทร์ ส่องไซร้

ห้ามอายุให้หัน คืนเล่า

ห้ามดังนี้ไว้ได้ จึงห้ามนินทาฯ

โลกนิติ"

รู้จักสิ่งกอบโทษ และคุณ เพื่อนเอย

รู้จักพูดไพเราะ จับจิต   รู้จักสนุกงาน เพื่อนร่วม งานแฮ

รู้จักมิตรไซร้ เลิศดี   อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย

ถึงเจ็บอื่นหมื่นแสนไม่แคลนคลาย เจ็บเจียรตายเพราะเหน็บให้เจ็บใจฯ.

"สุนทรภู่"

แม่น้ำคุ้งคดเคี้ยวก็ควรจร ไม้ที่คดเข้าทำศรก็เชื่อได้

เหล็กที่คดทำเคียวเกี่ยวข้าวได้ อันคนคดนี้เห็นไม่ต้องการงาน.

"สุนทรภู่"

ยามจนคนเคียดแค้น ชิงชัง   ยามมั่งมีคนประนัง นอบน้อม

เฉกพฤกษ์ดกนกหวัง เวียนสู่ เสมอมา  ปางหมดผลนกพร้อม พรากสิ้นบินหนีฯ.

"โลกนิติ"

ประเพณีตีงูให้หลังหัก มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง

จรเข้ใหญ่ไปถึงน้ำมีกำลัง เหมือนเสือขังเข้าถึงดงก็คงร้าย

อันแม่ทัพจับได้แล้วไม่ฆ่า ไปข้างหน้าศึกจะใหญ่ขึ้นใจหาย

ต้องคำรับจับให้มั่นคั้นให้ตาย จะทำภายหลังยากลำบากครัน.

T190810_03C_r"สุนทรภู่"

ไปเรือนท่านไซร้อย่า เนานาน   พูดแต่พอควรการ กลับเหย้า

ริเริ่มเรียนการงาน เรือนอาต-มานา   ยากเท่ายากอย่าเศร้า เสื่อมสิ้นความเพียร.

"โลกนิติ"

คืนและวันพลันดับก็ลับล่วง ท่านทั้งปวงจงอุตส่าห์หากุศล

พลัยชีวิตคิดถึงรำพึงตน อายุคนนั้นไม่ยืนถึงหมื่นปี. "อิศรญาณภาษิต"

ใช่ญาติมิตรสนิทเนื้อเขาเกื้อหนุน ควรคิดคุณท่านกว่าจะอาสัญ

ถึงไม่มีสิ่งใดจะให้ปัน อุตส่าห์หมั่นสรรเสริญเจริญพรฯ.

"สุนทรภู่"

ตีงูงูไซร้หาก เห็นทัน    นมไก่ไก่สำคัญ ไก่รู้

หมู่โจรต่อโจรหัน เห็นเล่ห์ กันนา   เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้ ปราชญ์รู้เชิงกันฯ.

T020410_02P_r"โลกนิติ"

ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร    มรรยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ

โฉดฉลาดเพราะคำขาน ควรทราบ   หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ บอกร้ายแสลงดินฯ

"โลกนิติ"

อันรักษาศีลสัยต์กัตเวที ย่อมเป็นที่สรรเสริญเจริญตน

ทรลักษณ์อกตัญญูต่อเขา เทพเจ้าก็จะแช่งทุกแห่งหนฯ

"สุนทรภู่"

เวลาใดทำใจให้ผ่องแผ้ว เหมือนได้แก้วมีค่าเป็นราศี

เวลาใดทำใจให้ราคี เหมือนมณีแตกหมดลดราคาฯ.

"อุทานธรรม จ.ศ."

อันรักกันอยู่ไกลถึงขอบฟ้า เหมือนชายคาเข้ามาเบียดดูเสียดสี

อันชังกันอยู่ใกล้สักองคุลี ก็เหมือนมีแนวป่าเข้ามาบังฯ.

"สุภาษิตสอนหญิง

อันรสปากหากหวานก็หวานเด็ด บรเพ็ดก็ไท่ทากเท่าปากขม

มีดว่าคมก็ไม่คมเท่าปากคม รสหวานขมคมไม่มากเหมือนปากคนฯ.

T201010_04P_rสุภาษิตสอนหญิง"

ร้อนอะไรในมนุษย์ที่จุดจบ ไม่ร้อนลบแรงราดซ้ำยากเผา

เพลิงโมโหโทสามิซาเซา ร้อนลุ่มเราลุกลนไปจนตาย

อันร้อนกายไข้หนักพอรักษา ใช้หยูกยาถูตรงก็คงหาย

แต่ร้อนจิตติดแน่นสุดแคลนคลาย เป็นโรคร้ายเรื้อรังไม่ฟังยาฯ

"ไวทยาคุณ"

รสใดไม่เหมือนรสรัก หวานนักหวานใดจะเปรียบได้

แต่มิได้เชยชมสมใจ ชมใดไม่เทียบเปรียบปาน

"ท้าวแสนปม"

คนงงหลงไขว่คว้า จูบเงา   สุขก็เพียงฉายา แต่สุขฯ

"เวนิสวานิช"

อันผู้ใดมรงธรรมเที่ยงสถิตย์ ชนย่อมอยากเป็นมิตรเป็นนักหนา

ความใจดีมีจิตมากเมตตา ย่อมแนะนำสัตว์นานาไว้วางใจฯ.

"สาวิตรี"

จงดูแยบแบบโบราณท่านสอนไว้ ให้กอบกิจโดยไม่นึกประสงค์

ยิ่งบำเพ็ญเจตนาและพะวง ตรงอยู่ที่จะกอปกรณีย์

"ตามใจท่าน"

อันว่าผู้มั่นอยู่ในธรรม์ เหมือนมีเครื่องคุ้มกันกายาอุ่น

พระธรรมานิสงส์คงค้ำจุ้น บำรุงบุญบำรามบาปมลายฯ

"พระเกียรติยศ"

T051010_02P_rปราชญ์สรรเสริญว่าธรรมเป็นล้ำเลิศ สุดประเสริฐกว่าทรัพย์ทั้งน้อยใหญ่

ธรรมคุ้มผู้ประพฤติธรรมเป็นธรรมไซร์ คงต้องได้ผลงามตามตำรา

"สาวิตรี"

นักพรตผู้ประพฤติสมปากสอน เป็นผู้ประเสริฐเลิศสุนทรควรอภิวาทฯ.

"เวนิสวานิช"

เป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบาก เป็นผู้ชายยิ่งยากกว่าหลายเท่า

หญิงต้องเจียมกายามาแต่เยาว์ ชายต้องเฝ้าวิงวอนให้หล่อนรักฯ

"วิวาหพระสมุทร"

ผีมันหลอกช่างผีตามที่เถิด อย่าให้เกิดหลอกกันเองเร่งเกรงขาม

คนสามัญมีปัญญาไม่เลวทราม ที่ควรถามเร่งถามดูลาดเลา

เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด ไปพูดขัดเขาทำไมขัดใจเขา

ใครทำตึงเราต้องหย่อนผ่อนลงเอา นักเลงเก่าเขาไม่หาญราญนักเลง

"ฝึกฝนตนเอง"

มะโนนอบพระผู้ เสวยสวรรค์

แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทอดหล้า

ดวงใจมอบเมียขวัญ และแม่

เกียรติศักดิ์รักข้า มอบไว้แก่ตัว.

T090211_02C

ฮีตสิบสอง

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ตกฤดูเดือนอ้าย สายลมมาหนาวหน่วง
เฮามาพากันค้ำ ทำบุญตักบาตร เดือนนี้ตกหว่างช่วง สังโฆเจ้าเพิ่นเข้ากรรม
ปริวาสซ่อยยู้ ซูค้ำศาสนา
ฮอดเดือนสองอย่าฟ้าวซ้า ข้าวใหม่ปลามัน
เชิญเจ้ามาโฮมเต้า อย่าพากันขี้ถี่ ให้เฮามาโฮมกัน แต่งบุญประทายข้าว
บุญคุณลานตั้งแต่กี้ พากันให้ฮักษา
ฮอดเดือนสามท้องฟ้า ปลอดโปร่งสดใส่
เหลียวเห็นซุมสาวน้อย พากันปั้นข้าวจี่
พ่องกะบีบข้าวปุ้น ตกแต่งอาหาร ไปทางใด๋เห็นแต่คนใจบุญ ซะแซวเป็นคุ้ม
เฮือนละสี่ห้าปั้น พอได้เข้าใส่บุญ
มีเทิงหวานและคาว หนุ่มสาวมาโฮมต้อม
ให้คอยซอมไปทางหน้า เดือนสิมาเป็นเดือนสี่
ขวางเขตบ้าน ย่านถิ่นดินอีสาน
ตกหว่างตอนคนตั้ง ใจฟังวอนวี่
มีเพียงปีละครั้ง ให้เฮาซ่อยกันสาน หลังจากบุญข้าวจี่ สิมีบุญพระเวสเจ้าเฮาสิได้แต่งทาน
สุขสำราญเหลือหลาย ม่วนมิ่งกะเลยต้อน
ตอนกัณหาชาลี สิพากพ่อแม่แก้วคนสิให้นั่งฟัง
จัดเป็นงานประเพณี ให้คนรุ่นหลังฮู้
ตกฤดูเดือนห้า สายลมบ่มาผ่าน
เดือนนี้บ่ได้ช้า ปีใหม่มาเถิง
เต่าสิถามหาบุ้น คนบุญสิมาปล่อย
เดือนนี้ม่วนจ้นๆ คนกะหลั่งมาหลาย เห็นแต่ดอกจาน บานแย้มเต็มทั่วท่งนา
ให้พากันทำบุญ ปล่อยปลาลงน้ำ
นกสิงอย ง่ายไม้คอยถ้าตั้งแต่ฝน
เอาพระทรายมากอง ก่อเป็นเจดีย์ไว้
ฮอดเดือนหกเสียงฟ้า ไขบอกข่าวทางคน
สายตามองเห็นแล้ว ในใจกะให้ม่วน
เห็นปลาข่าว ปลาซิวปลานิลปลากะเดิด
เดือนนี้เหมิดโทษฮ้าย บ่มีเรื่องเลิงหลง
เห็นแต่สิใส่เน้น วันเพ็ญสิบห้าค่ำ
ไผกะยิ้มเป้ยๆ ลงวัดเวียนเทียน มีแต่ฝนกับลม ส่งเสียงกึกก้อง
ส่วนว่าเขียดอีโม้ ลำเกี้ยวใส่ผู้สาว
แล่นหยอกล้อ กันเล่นเหลือหลาย
อัศดงดวงอาทิตย์ ค่ำลงปลายไม้
วิสาขะเลิศล้ำ ชาวบ้านบ่อยู่เสย
ได้เวียนมาเถิง นพคุณคลองเค้า
เดือนเจ็ดเผาความฮ้าย อันตรายบ่มาผ่าน
บุญสิมาซ่อยค้ำ ซูส่งราศรี
ตั้งแต่คนเฮาได้ เคยได้ยินแต่ปางก่อน นิมนต์พระขึ้นบ้าน เล็งเป้าเข้าสู่ธรรม
บารมีผลทาน สิไล่มารเลยพ้น
บุญชำฮะสละความเดือดฮ้อน เมืองบ้านสิซุมเย็น
จันทร์เพ็ญแจ้ง ทอแสงใสสง่า
เดือนนี้สงฆ์เพิ่นยั้ง เข้าอยู่จำพรรษา
เฮามาพากันเข้า ทำบุญพร้อมพร่ำ
เดือนแปดคล้อย เห็นลมทั่งใบเสียว
กบเพิ่นนอนคอยถ้า ฝนลงมาสิได้ม่วน เดือนแปดมาฮอดแล้ว สิแววขึ้นลึ่นหลัง
ภาวนาอบรม ข่มใจสู่แลงเช้า
ถวายผ้าอาบน้ำ ให้ยาท่านเพิ่นใช้สอย
เหลืยวเห็นฝูงปลาขาว แล่นมาโฮมต้อม
ลงเล่นน้ำ โซะซะซัวแซว
เดือนเก้ามาฮอดแล้ว บ้านป่าขาดอน
เถิงฤดูเดือนเก้า อีสานเฮาท้องถิ่น
พ้นจากมารหยาบฮ้าย พากันอยู่เป็นสุข
มีแต่สดใสจ้นๆ คนจนแสนม่วน
ขวางเขตบ้าน ย้านป่านาหวาย เห็นนกเขางอยคอน ส่งเสียงหาซู้
เคยได้ยินประดับดิน ทานฮอดทอดถวาย
โพยภัยทุกข์ อย่าผ่านผายมาใกล้
ต่างกะชวนพี่น้อง ลงโต้งแต่งทาน

เถิงเดือนสิบสิก่นมันมาต้ม
พ่องกะคนต่าน้อย ลงห้วยฮ่องนา
ข้าวสากลงไปวัด ให้หมู่สังโฆเจ้า
ซุบบักมี้ กะมาพร้อมพร่ำกัน พ่องกะงมกอข้าว หาเทากำลังอ่อน
เดือนนี้บ่ได้ช้า พากันแต่งทานถง
มีลาบเทา พร้อมหมกดักแด้ของดีคั่วกุดจี่

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

เดือนสิบเอ็ดว่านั้น หัวลมอ่วยโซยหนาวสาแล้ว
ได้ยินเสียงลมต้อง ปลายสำสาอยู่เวิ่นๆ
นกแจนแวนออกฮ้อง หาคู่ผสมพันธ์
ฝูงปลาขาวลงโฮมต้อน ผู้สาวนอนขึ้ค้านตื่น
ฟังเสียงฟ้าฮ้องตุ้ม เอิ้นสั่งฤดูฝน
เดิกออนซอนจันทร์ใสแจ้ง ทอแสงใสสง่า
บัดนี้แล้ววัดสิเป็นกำพร้า บ่มีพระสิมานอน
ได้ยินเสียงกลองโย้น วันเพ็ญสิบห้าค่ำ ยามผู้สาวสิขาลาย ผู้ชายสิขาเกลี้ยง
หมาจอกเอิ้นสั่งซู้ กะปูหม่นเข้าฝั่งหนอง
ควายบักเทิกตกมัน แล่ต่ำแต่ต่อพร้าว
ปลาดุกบื่นค่อนสิแจ้ง หันหน้าเข้าใส่หลุม
ฝูงหมู่คนลงเลาะ ไฮ่นาปลาข่อน
ออกพรรษาห่อข้าวต้ม ลมล่อแต่หมู่ปลา
มาออนซอนแต่ทายก ไล่แต่งัวเข้ามาเลี้ยง
พระสิลาแม่ออกค้ำ ไตรมาสสิสั่งลา
เหลียวขึ้นเบิ่งท้องฟ้า เห็นแต่ว่าวเดือนสิบสอง
พอสมควรหาผ้า กฐินทานมาทอด ลมคะนองโชยพัด งายงมกะเลยมั่น
ตลอดเดือนหนึ่งพุ้น หาได้ดั่งประสงค์

เฮือน 3 น้ำ 4

 15
เฮือน 3 น้ำ 4 เป็นคำสอนของคนโบราณอีสานได้อบรมสั่งสอนให้ลูกหลานได้ประพฤติปฏิบัติ เพื่อความเป็นอยู่ที่สะอาด สุขภาพอนามัยที่ดี ผู้ใดนำไปประพฤติปฏิบัติครอบครัวก็จะอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งปราชญ์โบราณท่านได้สอนเป็นคำกลอนดังนี้
เฮือน 1 นั้นได้แก่ เฮือนครัว ของในครัวให้เรียบร้อยบายเมี้ยนแจบจม อย่าประสมประเสบ่วงจองไหหม้อ ให้มีทอเก็บถ้วยสวยดีมีตู้ใส่ อย่าสุเก็บไขว่ไว้ดูได้บ่งาม ชามหรือหม้อเกลือไหปลาแดก หม้อแตกและบ่วงซ้อนบายได้ให้หม่อมือ อย่าให้ดำปื้อๆ ถ้วยบ่วงเป็นกะหลืน เวลากลืนอาหารโรคสิไหลลงท้อง ของแนวใช้ในครัวให้เกลี้ยงหมื่น อย่าให้ปลาแดกจื้นแมงวันสิแตกวื้นมาขี้ใส่ครัว อย่าให้หมาไก่กั้วเข้าอยู่เฮือนไฟ ถืกห่าหมาจังไฮสิคาบไหเลียซ้อน อย่าให้หนอนไปคั้วแมงวันเข้าคั่ว รักษาครัวให้เรียบร้อยดูละห้อยสู่ทาง อย่าให้มีกระดูกก้างค้างอยู่ในครัว คนสิหัวขวนนางว่าบ่เคยบายเมี้ยน เฮาต้องเพียรปัดแพ้วเฮือนครัวอย่าให้เก่า เป็นดั่งคำเพิ่นเว้า เบิ่งวัดให้เบิ่งฐานเบิ่งบ้านให้เบิ่งครัว หากว่าครัวสะอาดแล้ว ไผก็ย่องว่าดี
T060910_03P_rเฮือน 2 นั้นได้แก่ เฮือนนอน ทั้งแพรหมอนเสื่อเตียงเพียงพื้น อย่าให้เฮือนเอาจื้นหมองมัวลั้วขี้ฝุ่น เฮาต้องปุนกวาดแผ้วทั้งพื้นนอกใน ให้เจ้าปัดหาดไว้เกลี้ยงหมื่นงามตา ทั้งแจฝานอกในใสเกลี้ยง เตียงหมอนมุ้งสนานอนฟูกเสื่อ เสื้อและผ้าบายเมี้ยนคล่องมือ ให้เจ้าเฮ็ดคู่มื้อปัดกวาดเฮือนนอน ตอนกลางคืนให้แต่งแปลงหมอนมุ้ง อย่าให้ผัวเฮายุ่งยามแลงแต่งบ่อน นอนตื่นแล้วบายเมี้ยนเช็ดถู โต๊ะตั่งตู้อย่าให้ไขว่เกะกะ อย่าให้ของเฮาซะทั่วเฮือนเบียนด้ง ให้เจ้าจงใจเมี้ยนเฮือนนอนให้สง่า สะอาดหูสะอาดตาหาอันใดกะได้ เวลาหายกะฮู้เวลาดูกะโก้เป็นน่านั่งนอน จ่อและแค่งม้อนอย่าให้กีดขวางเฮือน บุง เบียน เขิง ตาทอ บอเมี้ยน อย่าสิได้เอาสิ่นไปวางเทิงหัวบ่อน ผัวสินอนบ่ได้สิสูนขึ้นหยั่งคืน ของต่ำพื้นอย่าไปพาดเทิงหัว มันสิผิดครองคูบ่แม่นแนวเด้เจ้า ให้เจ้าเอาใจเมี้ยนจัดเฮือนนอนให้เป็นบ่อน จังสินอนฮอดแจ้งสิแฝงซอดเซ้าคันเจ้าแต่งดี
T010411_10Cเฮือน 3 นั้นได้แก่ เฮือนกาย ให้มีความละอายอย่าสิป๋านมโต้น คนสิเห็นผางฮ้ายเฮือนกายน้องฮั่ว รักษากายให้กุ้มกายหุ้มห่อแพร เสื้อกะอย่าสิแก้ปะปล่อยไว้หลาย ให้รักษาเฮือนกายอย่าให้เฮือนเฮาฮ้าง ให้เจ้าปุนปองล้างเฮือนกายให้สะส่วย ให้มันสวยอยู่เรื่อยดูได้สู่ยาม ให้เจ้าหมั่นอาบน้ำชำระตนโต หัวของนางให้หมั่นสระสรงน้ำ ให้มันงามเหลือล้ำดำดีอยู่คือเก่า ผมให้งามฮอดเฒ่าหวีเรื่อยอย่าเซา อย่าว่าเป็นผู้เฒ่าขายขาดมีผัว ปะให้หัวแดงหยองกะบ่งามเด้เจ้า ว่าโตมีผัวแล้วบ่สระหัวจักเถื่อ เกิดขี้คร้านนุ่งเสื้อแนวนั้นบ่ดี ครั้นพิถีพิถันไว้รักษากายให้โก้คล่อง ผัวกะมองอยู่เรื่อยเห็นหน้ากะว่างาม เฮือน 3 นี้ นารีควรฮ่ำ ธรรม 3 ข้อนี้ จำไว้อย่าหลง
น้ำ 4 นั้นให้หมั่นเพียรทำ จำคำสอนฮ่ำฮอนเด้อเจ้า
น้ำ 1 นั้นแม่น น้ำอาบสรงศรี อย่าให้มีทางอึดให้หมั่นหามาไว้ เมื่อเวลาเฮาใช้สระสีล้างส่วย อย่าให้มวยขาดแห้ง อย่าให้แอ่งขาดเกลี้ยง เมืองบ้านสิกล่าวขวัญ
น้ำ 2 นั้นแม่น น้ำดื่มเฮากิน ขอให้ยินดีหาใส่เติมเต็มไว้ รักษาไห หรือหม้อ ถัง ออม อุแอ่ง อย่าให้แมงง้องแง้งลงเล่นแอ่งกิน ขัดให้เกลี้ยงอย่าให้เกิดมีไคล ดูให้ใสซอนแลนแอ่งกินดูเกลี้ยง อย่าให้มีกะหลึนเหมี่ยงสนิมไคลใต้ก้นแอ่ง อย่าให้น้ำขอดแห้งแลงเช้าให้เกื่อยขน ก้นแอ่งน้ำอย่าให้เกิดมีตม อย่าให้มีแนวจมอยู่เนาในน้ำ อย่าให้ไผเอาข้าว ของไปหว่านใส่ บาดมันไข่พุขึ้นสิปานน้ำฮากหมา ให้รักษาแอ่งน้ำยามดื่มอย่ามีอึด คึดอยากกินยามใด๋ก็เล่าตักกินได้ มีแขกไปไทยค้าคนมาเซาแหว่ ก็ได้แวใส่ได้เอาน้ำรับรอง
น้ำ 3 นั้นได้แก่ น้ำเต้าปูน ผู้ที่เป็นแม่เฮือนให้เหล่าหามาพร้อม ให้คอยดอมเด้อหล่า หาปูนใส่กระบอก อย่าให้ซอกขาดแห้งหาไว้ใส่ขัน พันพลูพร้อมพันยาไว้ถ้าพี่ พันดีๆ ให้เรียบร้อยคอยต้อนแขกคน
น้ำ 4 นั้นแม่น น้ำกลั่นอมฤต คือน้ำจิตน้ำใจแห่งนางหนูน้อย ให้เจ้าคอยหาน้ำในใจใสแจ่ม เพียงดั่งน้ำเต้าแก้วใสแล้วบ่ขุ่นมัว อย่าให้มีหมองมัว ผัวว่าอย่าโกรธา รักษาน้ำใจดีอย่าให้มีแข็งกระด้าง ขอให้นางคานน้อยใจดีอยู่อ่องต่อง คือดั่งน้ำหมากพร้าวบ่มีเปื้อนแปดตม อย่าให้มีคำขมต่อไผพอน้อย อย่าได้คอยหาข้องอแงฮ้อยแง่ เคียดข่อหล่อแข่แหล่แนวนั้นบ่ดี คันเฮ็ดได้จั่งสี้สิมีแต่ความสุข ผัวกะสุขเมียกะสุขสิค่อยมีเงินล้าน ผัวกะหวานเมียกะอ้อยออยกันเข้าบ่อน เมียกะนอนอยู่ใกล้ผัวได้ผ่างพา ขอให้นางคานหล้าทำตามโบราณเก่า จังสิมีขึ้นได้ความไฮ้บ่แล่นเถิง
ถ้าผู้ใดนำไปประพฤติปฏิบัติจักมีชีวิตที่รุ่งเรือง แม้ว่าบางสิ่งจะพ้นสมัยไปแล้วแต่เราก็ยังสามารถประยุกต์นำมาใช้ได้เสมอ อย่าพึ่งไปคิดว่านี่เป็นของโบราณไม่เห็นจะต้องไปตักหาบน้ำหรือเตรียมเต้าปูนกินหมากแต่อย่างใด เราก็ยังสามารถประยุกต์ของใหม่ให้รับกับคำสอนของเก่าได้อยู่มิใช่หรือ?

มงคลคำสอนอีสาน38

T310311_10C_rมงฺคลํ อุตฺตมํ เสฏฐํ อันว่ามงคลนั้นความอุดมความประเสริฐ
พุทธองค์ทรงเทศน์ไว้ให้เฮาได้ฮ่ำเพิง
กุหลาบแดงอเสวนา จ พาลานํ อย่าได้ไปอยู่ใกล้ เป็นหมู่กับคนพาลแม่ใหญ่เอ๋ย
ชาติแต่แนวบ่ดีให้หลีกใกล้หนีเว้น
กุหลาบแดงปณฺฑิตานญฺ จ เสวนา นั้น ชาติเมธาเซื้อบัณฑิตตนนักปราชญ์
ผู้ฉลาดฮอบฮู้ให้เอาเก่อกล่อมสหายพี่น้องเอย
กุหลาบแดงปูชา จ ปูชนียานํ คนดีนั้นควรบูชาเอาแบบอย่าง หย่างตามหลังผู้จั่งซั่น มีแต่ได้สิบ่เสีย
กุหลาบแดงปฏิรูปเทสวาโส อยู่ในเขตประเทศที่สมบูรณ์ ทั้งบุคคลและสิ่งของ ล้วนแต่แนวดีพร้อม
กุหลาบแดงปุพฺเพ จ กตปุญญตา บุญคุณสร้างบารมีพร้อมพร่ำ ทำแต่ดีจั่ย ๆ ไผบ่หย่องกะซางตาม........
กุหลาบแดงอตฺตสมฺมาปณิธิ จ ตั้งตนไว้หมั่นเที่ยงในความดี บ่มีใจเอนเอียงหวั่นไหวไปทางฮ้าย
ไผสิติทั้งค้ายทั้งเมืองกะบ่เงี่ยง มีแต่ตั้งเที่ยงไว้บ่ไลถิ่มฝ่ายดี พ่อใหญ่แม่ใหญ่เอย...
กุหลาบแดงพหุสจฺจญฺจ นี้ ได้เฮียนฮ่ำมาหลายซั่นแหล๋ว ได้สดับรับฟังใส่ใจอยู่เลิงเรื่อย
กุหลาบแดงสิปฺปญฺจ พร้อม มีศิลปะศาสตร์ มีวิชาชีพครบถ้วน ชำนาญพร้อมสู่ภาย
กุหลาบแดงวินโย จ สุกฺขิโต นั้นเพิ่นบอกว่าวินัยดี ได้ฝึกฝนอบรมตน ระเบียบงามมวลพร้อม
กุหลาบแดงสุภาสิตา จ ยา วาจา อันว่าความขานเว้ามีคุณธรรมล่ำค่า
เป็นของฝากจากลุ่มฟ้ามาต้อนต่อนสะเหน พ่อใหญ่แม่ใหญ่เอย....
15กุหลาบแดงมาตาปิตุอุปฏฺฐานํ บรบัติเลี้ยงพ่อแม่ของเฮา อย่าได้เฮ็ดทำแนวขวาง ให้เพิ่นเคืองคำฮ้อน
อย่าได้วาจาเว้าให้สองเขือน้ำตาหลั่ง บาปท่อฟ้าเวรกล้ำท่อแผ่นดินพุ้นแหล๋ว
 
 
กุหลาบแดงปุตฺตทารสฺส สงฺคโห มีลูกเต้าให้แอบแต่ทางที่ดี อย่าได้ฝึกเอาแต่ใจต่ำไปมันสิยาก
ตามแต่ใจเลิงเรื่อยภายลุนสิสอนยาก บอกบ่ได้เมื่อหน้าสิบ่ดี
กุหลาบแดงอนากุลา จ กมฺมนฺตา การงานค้างอากูรบ่แล้วทั่ว ของมันพอสิแล้วอย่าป๋าไว้ให้ยากมือ
กุหลาบแดงทานํ นั้นให้เจ้าแต่งแปลงทาน ฝึกหัดจิตใจให้ปล่อยวางอยู่เลิงเรื่อย
กุหลาบแดงธมฺมจริยา จ นั้นเจ้าอย่าได้ไลลาเว้น คลองธรรมพระเจ้ากล่าว ทุกค่ำเช้าให้เฮียนฮู้เฮ็ดนำ
ทุกค่ำเช้าให้ตั้งอยู่ในธรรม สุจริตซื่อตรงซั่วซีวันเมี้ยน
กุหลาบแดงญาตกานญฺจ สงฺคโห นั้น อย่าพากันขี่ถี่ พุ้นแม่นพี่นี้แม่นน้อง ปองดองฮักแก่น
ถึงยามทุกข์ยากแค้นให้เพียรซ่วนซอยกัน อ้ายน้องเอย...
เจ้าหญิงอนวชฺชานิ กมฺมานิ เวียกเฮ็ดสร้างบ่ให้มีโทษกับไผ กิจขัดงามโทษบ่มีพอน้อย
เจ้าหญิงอารตี วิรตี ปาปา นั้น บ่มีกรรมสร้างก่อ บาปท่อก้อยเพียรเว้นหลีกไกล
เจ้าหญิงมชฺชปานา จ สญฺญโม ของเมานั้นมีโทษนานา สารพันบ่ฮอนหามากิน สูบดมอมเคี้ยว
มันสิพาเฮาล่มตกจมเป็นทาส ออกบ่ได้กะผองเฒ่าแก่ตาย
เจ้าหญิงอปฺปมาโท จ ธมฺเมสุ ตั้งใจหมั่นบ่ประมาทเผลอเลอ มีสติอยู่สู่ยามมวลพร้อม
ถนอมใจไว้ในครองพุทโธวาท บ่ประมาทท่อก้อย ธรรมพระเจ้าเพิ่นสั่งสอน
เจ้าหญิงคารโว นั้น ให้เจ้าฮู้จักอ่อนน้อมเคารพย่ำแยง แสดงถึงกิริยาบอกค่าคุณควรฮู้
บุคคลพร้อมกิจการต่าง ๆ ฮู้จักคุณค่าพร้อมถนอมไว้สู่ภาย ออกจากหั่น มีคำว่า
 
 
28หัวใจสีแดงนิวาโต อย่าได้โว ๆ เสียงเหลื่อนทั้งค้าย
ให้เจ้ายอมือไหว้แสดงความนบนอบ หมอบ ๆ เข้าหัวสิเท้าง่ายางอ้ายน้องเอย.....
หัวใจสีแดงสนฺตุฏฺฐี นั้น ให้มีความสันโดษ อย่าสิโพดแต่ยากได้ จนทำให้ฮ่วนเฮ
ให้เจ้าพอใจพร้อมในสิ่งที่เฮามี ให้มีความยินดีแต่สิ่งของที่เฮาได้
มันสิพาทำให้จิตใจเฮาม่วนซื่น สุขยิ่งล้ำธรรมฮ้อนบ่ฮ่อนมี นอกจากนี้ยังมีคำว่า
หัวใจสีแดงกตญฺญุตา ให้ฮู้จักบุญคุณ อย่าได้ลืมไลหลีกเว้น
ชื่อว่าความดีนั้นกตัญญูเป็นเครื่องบอก นอกจากนี้บ่เหลือไว้ให้ส่วนดี ต่อจากนี้มีคำว่าเป็นคาถา
หัวใจสีแดงกาเลน ธมฺมสฺสวนํ ให้หายามฟังธรรม ขูดเกาสนิมฮ้าย
ในหัวใจเฮาหมองเศร้า หย่อนว่าเฮาบ่ฉลาด บ่อาจสุขอยู่ล้วน สนิมหุ่มห่อใจเจ้าเอย
หัวใจสีแดงเอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ อันนี้แหล๋วคือมงคลแท้ แนวอุดมทั้งประเสริฐ
บ่มีไผสิมาส่งให้เสริมให้เฮาได้ดังกล่าวขานพี่น้องเอย....
มีแต่เขามาต้ม ตั่วเอาเงินคนโง่ พาโลหลอกพี่น้อง ได้กินแล้วกะแซวกะแซวหนีซั่นแหล๋ว...
เขาพุ้นตี๋เป็นผู้ได้ ทั้งเสน่ห์ทั้งมงคล ได้ทั้งเงินทั้งทองของขาว แล้วหอบคืนเมือบ้าน
เป็นต๋ะสงสารหน้า อวิชชามาหุ่มห่อไทยเฮานอ ซางมาตั่วหลอกล้อ บ่กลัวหย้านบาปเวรแท้แหล๋ว....
ขนฺติ จ ว่านั้น เพิ่นบอกว่าให้อดทน ทั้งการงานหนักเบาแดดฝนให้ทนกลั้น
ทนทั้งกายใจพร้อมขมเข็มเคียดด่า หวานและส้มให้ชวนชมได้สู่ภายพี่น้องเอย.....
 
หัวใจสีแดงโสวจสฺสตา นั้นให้เจ้าเป็นคนเว้าง่าย อย่าได้เฮ็ดอึ่งตึ่งคือหม้อบ่สาง
สมณานญฺจ ทสฺสนํ การได้เห็นได้ใกล้กับท่านผู้มีศีล ผู้สงบกายใจเฮ็ดให้เฮาหายฮ้อน
เจ้าหญิงกาเลน ธมฺมสากจฺฉา นั้น สนทนาในเรื่องดีงามตามโอกาส เฮ็ดให้เฮาฉลาดฮู้ในเรื่องที่กล่าวจา
31หัวใจสีแดงเอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ อันนี้แหล๋วคือมงคลอันประเสริฐ ให้เจ้าจำจื่อไว้ธรรมพระเจ้าสั่งสอนท่านเอย....
อีกอันหนึ่งคาถาว่า ตโป จ ให้เจ้ามีความเพียรแผดเผาอูดรนความฮ้าย
บังคับกายใจพร้อมบ่ตามใจมวลกิเลส อันนี้วิเศษแท้จำไว้อย่าสิลืม
หัวใจสีแดงพรฺหมฺจริยญฺจ พร้อม ให้เจ้าประพฤติพรหมจรรย์ ฮู้ควบคุมทางกายระหว่างยามที่ควรเว้น
ทำตนให้เป็นคนผู้ประเสริฐ เฮ็ดจั่งซั่นเขาสิเอิ้นว่าพรหม
เจ้าหญิงอริยสจฺจานทสฺสนํ ความจริงแท้อยู่เหนือผลเหนือเหตุ เห็นแจ่มแจ้งจริงแท้สู่อัน
ฮู้ว่าทุกข์แท้ พร้อมทั้งเหตุของมัน ฮู้อาการของความดับ มอดลงของความฮ้อน
ฮู้จักถอนตนขึ้นตามทางอันประเสริฐ อันนี้เลิศแท้ ๆ จบสิ้นบาปเวร พ่อใหญ่แม่ใหญ่เอย...
หัวใจสีแดงนิพฺพานสจฺฉิกิริยา เฮ็ดนิพพานให้แจ้งคือความทุกข์มันดับหาย
อยู่เหนือตายเหนือเป็นบาปเวรจบสิ้น อยู่เหนือดินเหนือฟ้าเหนือดาราน้อยใหญ่
มอดดวงไฟที่ลุกไหม้ในใจเจ้าสิอยู่เย็น บ่แม่นนิพพานเล่น ๆ ที่เขามาหลอกเอาเงิน
ว่าสิพาไปทัวเมืองนิพพาน สู่สถานเมืองแก้ว โอ้ย....แวววาวเหลื่อมตามตายแต่ทางนอก ซอกแซกซอนหนอนน้อยหม่นอยู่ในพ่อใหญ่เอย...

DSC03870หัวใจสีแดงต่อไปฮั่นเพิ่นเอิ้นว่า ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ
บ่มีใจเอี่ยนโอนหวั่นไหว ต่อคำยอหย่อง นินทาพร้อมสรรเสริญกะคือเก่า
บ่มีหมองหม่นเศร้า เสมอด้ามดังแผ่นดิน
หัวใจสีแดงอโสกํ ว่านั้นจิตบ่มีโสกี มีแต่ความสงบเย็นอยู่เหนือความเศร้า
หัวใจสีแดงวิรชํ พร้อมจิตบ่มอมเกือกขี้ฝุ่น มีแต่ใสจั่งแก้วเบิดแล้วขี้ฝุ่นใจ
หัวใจสีแดงเขมํ ซ่ำ จิตอยู่เกษมสรร เบิดปัญหาชีวิตยอดมงคลแท้
ความเพิ่นวาจาต้านขานลงโค้งอ่วย ว่า
หัวใจสีแดงเอตาทิสานิ กตฺวา สพฺพตฺถมปราชิตา สพฺพโสตฺถึ คจฺฉนฺติ ตนฺเตสํ มงฺคลมุตฺตมนฺติ .
นรชนพร้อมฝูงหมู่เทวา ให้เฮ็ดนำทำตามที่ว่ามาเบิดเกลี้ยง
ย่อมบ่มีสูญเสี่ยงอัปปราชัยไปทุกที่ ความสวัสดีเที่ยงแท้ มงคลพร้อมทุกสถานอ้ายน้องเอย............




กำเนิดโยคะ [ Origins of YOGA ]


โยคะ เกิดขึ้นที่อินเดียเมื่อประมาณ 4 - 5 พันปีที่ผ่านมา เดิมจะเป็นการฝึกเฉพาะโยคีและชนชั้นวรรณะพราหมณ์
เพื่อเอาชนะความเจ็บป่วย ต่อมาโยคะได้พัฒนาผ่านลัทธิฮินดู มายุคพุทธศาสนา ถึงยุคลัทธิเซนในประเทศจีน
โดยแท้จริงแล้ว โยคะไม่ได้เป็นศาสตร์ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็นศาสตร์สากลที่ศาสนาต่าง ๆ สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่ง
ในการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้น ๆ โยคะจึงเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะ หะฐะโยคะ( Hatha Yoga )
ซึ่งจัดว่าเป็น Modern Yoga ที่พัฒนามาจากการรวมแบบโยคะดั้งเดิม กับวิธีปฏิบัติของพระพุทธศาสนา



ความหมายของโยคะ [ Meaning Of YOGA ]

โยคะ หมายถึง การสร้างความสมดุลของร่างกาย-จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยรวมให้เป็นหนึ่งเดียว
หะฐะโยคะ (HATHA YOGA) เป็น 1 ในสาขาโยคะทั้งหมด หะฐะโยคะ จะใช้ศิลปการบริหารร่างกาย ภายใต้การควบคุมของจิตใจ
เกิดความสมดุลของพลังด้านบวกและด้านลบ โยคะจึงช่วยบรรเทาและบำบัดโรคได้
หะฐะโยคะ จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่ผู้คนเห็นความสำคัญของ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี



โยคะท่าพื้นฐาน

ท่านมัสการ




ความหมาย


• นมัสการ หมายถึง ทำความเคารพ



วิธีปฏิบัติ


• ยืนหันหน้าไปทางพระอาทิตย์ เท้าชิด พนมมือ

• หายใจเช้าและยกแขนขึ้น ค่อยๆ เอนตัวไปข้างหลัง ยื่นแขนเหนือศีรษะ

• หายใจออกช้าๆ เอนตัวไปข้างหน้า ให้มือที่พนมอยู่สัมผัสพื้นจนกระ ทั่งมืออยู่ในแนวเดียวกับเท้าศีรษะสัมผัสหัวเข่า

• หายใจเข้า ก้าวเท้าขวาถอยหลังมา 1 ก้าว ให้มือและเท้า ยังคงอยู่กับพื้น เท้าซ้ายอยู่ระหว่างมือทั้งสองข้าง ยกศีรษะขึ้น

• ขณะหายใจออก ยกเท้าซ้ายเข้ามาชิดเท้าขวา แขนตรงยกสะโพกขึ้นให้ศีรษะ และแขนอยู่ในแนวเดียวกัน ทำท่าเป็นรูปโค้งขึ้น

• หายใจเข้าและค่อยๆ ลดสะโพกลงมาที่พื้น (ให้สะโพกอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย) ก้มตัวลงไปข้างหลังให้มากที่สุด

• หายใจออก และลดตัวลงมาที่เท้า เข่า มือ และอก สัมผัสพื้น

• หายใจเข้า และค่อยๆยกศีรษะขึ้น เงยศีรษะไปข้างหลังให้ได้มากที่สุด และโค้งกระดูกสันหลังไปให้ได้มากที่สุด เหมือนท่านาคอาสนะ

• ขณะหายใจออกช้าๆ และให้แขนอาสนะ ยกสะโพกขึ้น และให้ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกับแขน ทำเป็นรูปโค้งขึ้น

• หายใจเข้าช้าๆ และงอเข่าซ้าย ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือยังคงอยู่ที่พื้น วางเท้าซ้ายลงบนพื้นระหว่างมือทั้งสองข้าง ยกศีรษะขึ้น

• หายใจออกช้าๆ ให้มืออยู่ที่เดิม ดึงเท้าทั้งสองเข้ามาชิดกัน ให้อยู่แนวเดียวกับมือถ้าเป็นไปได้ ให้ศีรษะสัมพันธ์กับหัวเข่า

• หายใจเข้าช้าๆ และยกแขนขึ้น ค่อยๆเอนตัวไปข้างหลัง โดยยื่นแขนขึ้นเหนือศีรษะ ย้อนกลับไปตำแหน่งยังข้อ 1



ท่าชวังคอาสนะ




ความหมาย

• ในภาษาสันสกฤต ชว หมายถึง ทั้งหมด หรือ ทุกๆ อังคะ หมายถึง ร่างกาย ชวังคะ จึงหมายถึง ทำทั้งร่างกาย

ที่เรียกเช่นนี้เพราะเป็นท่าที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายทุกส่วน ท่านี้มักเรียกกันว่า ท่ายืนบนไหล่

วิธีปฏิบัติ


• นอนหงายในท่า ศพอาสนะ

• หายใจเข้า วางฝ่ามือคว่ำลงบนพื้น ให้สะโพกอยู่บนพื้นขณะงอเข่าและดึงเข่าเข้ามาที่ท้อง หายใจออก

• หายใจเข้าช้าๆ กดฝ่ามือลง ยกลำตัวตั้งแต่ส่วนเอวขึ้นจากพื้น งอกระดูกสันหลังไปข้างหลัง และทำท่อนแขนให้ตรง ให้สะโพกอยู่บนพื้น

• หายใจเข้าแล้วในขณะหายใจออก ให้ยกขาตั้งฉากกับพื้น อาจใช้มือพยุงสะโพกไว้ หรือวางแขนไว้ลงกับพื้นตามถนัด

• ขาดชิด เข่าตรง นิ้วเท้าชี้ขึ้น ศีรษะตรงไม่หันไปด้านใดด้านหนึ่ง เก็บคางให้ชนหน้าอก

• หายใจเข้า ออก ช้าๆ ขณะคงท่านี้ไว้

• ทำย้อนกลับจากข้อ 6 จนกลับสู่ท่าศพอาสนะ



ท่าตรีโกณอาสนะ



ความหมาย

• คำว่า ตรี ในภาษาสันสกฤตหมายถึง สาม โกณ หมายถึง เหลี่ยมหรือมุม

ดังนั้น ท่านี้จึงเรียกว่า ท่าสามมุม หรือท่าสามเหลี่ยม

วิธีปฏิบัติ


• ยืนเท้าชิดแขนแนบลำตัว

• แยกเท้าออกจากกัน ให้ระยะห่างมากกว่าหนึ่งช่วงไหล่เล็กน้อย

• หายใจเข้าและยื่นแขนทั้งสองข้างออกให้ขนานกับพื้น ฝ่ามือคว่ำลง

• หายใจออกช้าๆ หันลำตัวไปทางซ้าย งอตัวที่ช่วงเอว ให้มือขวาลงไปที่แข้งซ้าย ฝ่ามือขวา วางไว้ข้างนอกของหน้าแข้งซ้าย

แขนซ้ายควรยื่นออกไปด้านบนขาและแขนทั้งสองข้างตรง โดยไม่ต้องงอเข่าและข้อศอก


• หันศีรษะขึ้นไปทางซ้าย มองไปที่ปลายนิ้วมือซ้าย หายใจเข้า และกลับไปสู่ท่าเดิม คือท่ายืน ให้แขนกางออก

• คงท่านี้ไว้ เท่ากับช่วงหายใจออก หายใจออกและทำซ้ำ ขั้นตอนที่ 4-7 สลับซ้าย



ศีรษะอาสนะ



ความหมาย

• คำว่า ศีรษะ หมายถึง หัว ในภาษาสันสกฤต ท่านี้คือ ท่ายืนด้วยศีรษะ ซึ่งได้รับความนิยมมากในการฝึกอาสนะ ไม่แพ้ท่าปทมอาสนะ

ด้านบนคือภาพโมกุลในศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นภาพโยคีขณะทำท่าศีรษะอาสนะ

วิธีปฏิบัติ


• นั่งคุกเข่า ให้สะโพกอยู่บนส้นเท้า

• เอนตัวไปข้างหน้า วางแขนลงบนพื้น ให้ศอกห่างกัน 1 ช่วงไหล่ ประสานนิ้วมือเข้าไว้ด้วยกัน

• วางศีรษะลงบนพื้น ให้ท้ายทอยสัมผัสมือที่ประสานไว้

• ให้ปลายเท้าจิกพื้น ขณะยกส้นเท้าขึ้น ยกเข่าขึ้นจากพื้น

• คงท่านี้ไว้เป็นระยะเท่ากับการหายใจเข้า ถ้าไม่สามารถกลั้นหายใจได้ ให้ค่อยๆ หายใจออก และนอนราบกับพื้น กางขาออก กลับไปสู่ท่าศพอาสนะ



หลอาสนะ



ความหมาย

• หล แปลว่า คันไถ

วิธีปฏิบัติ


• นอนหงาย แบบท่าศพอาสนะ

• หายใจเข้า วางฝ่ามือคว่ำที่พื้น ให้สะโพกอยู่บนพื้น งอเข่าเข้ามาจรดท้องขณะหายใจออก

• หายใจเข้า ขณะหายใจออกให้ยกขาขึ้นตั้งฉากกับพื้น คุณอาจใช้มือพยุงสะโพก หรือวางแขนราบไปกับพื้นแล้วแต่ถนัด

• หายใจออก แล้วยกขาขึ้นเหนือศีรษะ งอขาตั้งแต่ช่วงเอวลงมา ยกหลังและสะโพก จนนิ้วเท้าสัมผัสพื้นด้านหลังของศีรษะ รักษาเท้าให้ชิดกัน

หากใช้มือพยุงหลังให้ลองวางแขนราบไปกับพื้น ให้ฝ่ามือคว่ำลง ถ้าไม่สามารถวางแขนลงที่พื้นได้ให้ใช้มือพยุงหลังส่วนล่างไว้


• เข่าตรง หายใจช้าๆ และคงท่านี้ไว้สักครู่ ถ้านิ้วเท้าสัมผัสพื้นไม่ได้ ก็พยายามให้นิ้วเท้าอยู่ต่ำที่สุด

• ทำท่าย้อนกลับตั้งแต่ข้อ 5 ถึง 1 จนกลับไปสู่ท่าศพอาสนะเหมือนเดิม




ธนูอาสนะ




ความหมาย

• คำว่าธนู ในภาษสันสกฤต หมายถึง มีรูปร่างเหมือนคันศร โค้ง หรือ งอ คันศร

ในที่นี้หมายถึง คันศรที่ใช้กับลูกธนู ท่าอาสนะนี้ มีชื่อแบบนี้เนื่องจาก ร่างกายมีท่าทางคล้ายคันศรที่โก่งพร้อมยิงธนู

วิธีปฏิบัติ


• นอนคว่ำหน้าไปข้างใดข้างหนึ่ง แขนราบไปกับลำตัว หงายฝ่ามือขึ้น

• หันหน้ามาเพื่อวางคางไว้บนพื้น หายใจออก งอเข่า เอื้อมแขนไปข้างหลัง จับข้อเท้าขวาไว้ด้วยมือขวา จับข้อเท้าซ้ายด้วยมือซ้าย

• ขณะหายใจเข้า ค่อยๆ ยกขาขึ้นโดยดึงข้อเท้าขึ้น ยกเข่าขึ้นจากพื้น และยกอกขึ้นจากพื้นในเวลาเดียวกัน

กลั้นลมหายใจเข้าเอาไว้ ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงบนหน้าท้อง


• ยื่นศีรษะให้ไกลที่สุด คงท่านี้ไว้ขณะกลั้นหายใจ

• หายใจออกช้าๆ วางเข่าลงบนพื้น ปล่อยข้อเท้า ค่อยๆ วางขาและแขนลงบนพื้น หันหน้าไปข้างหนึ่ง ทำเหมือนท่าเริ่มต้น



ท่าพิจิกอาสนะ



ความหมาย

• ท่าพิจิกหรือท่าแมงป่อง ในท่านี้ ร่างกายจะดูเหมือนแมลงป่อง ที่ยกหางโค้งขึ้นเหนือหัว พร้อมจะต่อยคู่ต่อสู้

แม้ท่านี้จะดูยากสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ก็ไม่ยากเกินไปนัก

วิธีปฏิบัติ


• คุกเข่าลงที่พื้น โน้มตัวไปข้างหน้า วางศอกและแขนด้านในราบไปกับพื้น ให้ฝ่ามือคว่ำลง แขนควรห่างกันประมาณ 1ช่วงไหล่

• ยื่นศีรษะไปข้างหน้าและยกให้สูงที่สุด

• ยกสะโพกขึ้น วางเท้าให้มั่นคง

• หายใจเข้าและแกว่งขาขึ้นไปเหนือศีรษะ รักษาสมดุลของร่างกายไว้ ยกขาตรงขึ้นเหนือศีรษะ

• ค่อยๆ งอเข่าและปล่อยขาลงมาทางด้านศีรษะ ระวังอย่าเคลื่อนไหวเร็วเกินไป และอย่าทิ้งขาลงไปไกลเกินไปขณะรักษาสมดุลของร่างกายไว้

• ทำย้อนกลับจากข้อ 5 จนกลับไปสู่ท่าคุกเข่า

* ข้อควรระวัง ไม่ควรลองท่าแมงป่อง จนกว่าคุณจะสามารถทำท่าที่ต้องใช้สมดุลของร่างกายอื่นๆ และไม่เหมาะกับสตรีมีรอบเดือน



ท่าพฤกษอาสนะ




ความหมาย

• ในภาษาสันสกฤต พฤกษะหมายถึง ต้นไม้ ท่านี้จึงเรียกว่าท่าต้นไม้

"ยืนตรงบนขาซ้าย งอขาขวาและวางขาขวาไว้บนโคนขาซ้าย ยืนเหมือนต้นไม้ ยืนอยู่บนพื้นดิน นี่คือท่าพฤกษอาสนะ"

วิธีปฏิบัติ


• ยืนเท้าชิด แขนแนบลำตัว

• งอเข่าขวา ยกต้นขาขวา และยก ส้นเท้าขวาไปบนต้นขาซ้ายด้าน ในให้โกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

• ทรงตัว บนเท้าซ้าย ยกแขนทั้งสอง ข้างขึ้นเหนือศีรษะ อย่าให้ข้อศอกงอ และให้ฝ่ามือประชิดกัน

คงท่านี้ไว้ขณะค่อยๆ หายใจ ประมาณ 10 ช่วงหายใจเข้าออก


• ลดแขนและขาขวาลง และกลับไปสู่ตำแหน่งในข้อ 1 คือการยืนหน้าชิด แขนแนบลำตัว หยุดพักสักครู่ และทำซ้ำด้วยขาข้างหนึ่ง



ศพอาสนะ



ความหมาย

• ความหมาย คำว่า ศพ ในภาษาสันสกฤต หมายถึง ร่างที่ตายไปแล้ว

"การนอนลงที่พื้นเหมือนศพ เรียกว่า ศพอาสนะ ช่วยกำจัดความเหนื่อยล้าและให้จิตใจได้พักผ่อน" จากหัตถโยคะปฏิบัติ

วิธีปฏิบัติ


• นอนหงาย อย่าให้ขาแตะกัน แขนราบไปกับลำตัว ฝ่ามือหงายขึ้น

• หลับตาลง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ

• งอข้อศอก วางฝ่ามือบนพื้นใต้ไหล่ ให้นิ้วชี้ไปด้านหลัง

• มุ่งความสนใจไปที่อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกาย จากหัวถึงเท้า แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายทีละส่วน

• คงท่านี้ไว้ 10-15 นาที หากรู้สึกง่วงนอนขณะทำท่านี้ ให้หายใจเร็วและลึกขึ้น

• ครั้งแรกที่ฝึก ให้คงท่าศพอาสนะไว้ 10 หรือ 15 นาที กลับมาทำซ้ำเป็นระยะๆ ในช่วงฝึกท่าต่างๆ เพื่อผ่อนคลายและกระตุ้นร่างกาย / จิตใจ

คำแนะนำ

บางคนคิดว่าท่านี้ง่ายมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น จุดประสงค์ของศพอาสนะ คือ ให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย

นอกจากร่างกายจะต้องนิ่งและผ่อนคลายแล้ว จิตใจยังต้องนิ่งราวกับผิวน้ำที่ปราศจากการรบกวนอีกด้วย

ผลที่ได้คือการผ่อนคลายอย่างล้ำลึกและนิ่ง อันจะส่งผลให้เกิดสมาธิต่อไป

การฝึกศพอาสนะนั้นต้องใช้เวลา การกำหนดความสนใจไปที่อวัยวะแต่ละส่วนและ กำหนดลมหายใจล้วนแต่มีประโยชน์ต่อการฝึกท่านี้อย่างยิ่ง

อุปสรรค 2 อย่างที่อาจลดคุณค่าการฝึกศพอาสนะ ก็คือ ความง่วงและจิตใจที่ฟุ้งซ่าน หากรู้สึกง่วงขณะฝึก ให้กำหนดลมหายใจให้ลึกขึ้น

หากจิตใจไม่นิ่ง ให้มุ่งความสนใจไปที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย กำหนดจิตไปที่พื้นหรือที่จังหวะลมหายใจของคุณเอง

การฝึกศพอาสนะควรทำก่อนและหลังการฝึกอาสนะเป็นประจำ


ข้อมูลจาก
Practice 01





------------------------------------------------------------------------------

 
Design by Wordpress Templates | Bloggerized by Free Blogger Templates | Web Hosting Comparisons